Disease mongering การแสวงหาผลกำไรจากตัวยา

รู้จักกับ Disease mongering กันแบบง่ายๆ ไม่กี่บรรทัด

Disease mongering อีกหนึ่งแนวทางการแพทย์ที่ระบุให้เป็นปัญหา

medicalizinghealtyคำว่า Disease mongering มักถูกนิยามหลากหลายรูปแบบ ตามแต่ผู้ตีความหมาย บางก็เป็นปัญหาที่ทางการแพทย์ระบุโรคให้รุนแรงเกินจริง, การจ่ายยาเกินขนาด, จ่ายยาปลอมให้แก่ผู้ป่วยรับประทาน ไปจนถึงการดูถูกและการกล่าวอ้างคุณลักษณะผู้ป่วยให้ดูด้อยค่า ดังนั้นต้องยอมรับก่อนว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้ำไปไกลอย่างมากมาย ส่งผลให้ผู้เจ็บป่วยล้มตายลดน้อยลงอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความรู้ความสามารถของแพทย์และเครื่องมือเครื่องใช้และยารักษาโรคต่างๆ ที่ควบคู่กัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีการผลิตยาใหม่ๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางตัวยาส่งผลเสียต่อร่างกาย ไปจนถึง “ยาปลอม” ก็มี

ในผู้ป่วยบางรายพบว่าถูกแพทย์หรือผู้ดูอาการระบุให้มีอาการเจ็บป่วยเกินจริง เพื่อให้สามารถรับรายได้การรักษาจากผู้ป่วย นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างมากอีกทั้งจะเป็นการแนะนำผู้ป่วยไปในทางที่ผิด ที่สำคัญเมื่อผู้ป่วยทำการรับประทานยามากเกินไปก็จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว เช่น ผลข้างเคียงจากการใช้ยา, การเสียเงินในการรักษาตัวเกินความจำเป็น เป็นต้น

แต่ก็มีผู้ป่วยบางประเภทที่คิดว่าตนเองป่วยหรือต้องเปลี่ยนแปลงและรักษาตนเอง ได้ทำการหายามารับประทานหรือใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ต้องยอมรับว่ายาบางตัวก็แสดงผลการรักษาที่ดี แต่ในยาบางตัวกลับสร้างผลเสียมากกว่าผลดี นอกจากนั้นแล้วผู้ใช้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่ายาที่ใช้อยู่มีผลข้างเคียงด้านใดบ้าง นอกจากจะทำการปรึกษาแพทย์ ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะตกกลายเป็นเหยื่อของบริษัทยาและผู้ขายยาเพื่อแสวงหาผลกำไรเป็นหลักอย่างแน่นอน

ทางดีที่ก่อนอื่นผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางที่ไว้ใจได้ และหากมีอาการไม่ดีขึ้นในระยะยาวโปรดทำการปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพที่ดีและเข้าใจอาการป่วยของตนเอง

รู้ทันโรคกับ Disease mongering

eatmoneyinmedic
โรค Disease mongering มีต้นกำเนิดขึ้นในปี 1992 มาจากการต่อต้านรณรงค์กลิ่นปาก ด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปากจาก Listerine ซึ่งนับเป็นต้นแบบของ Disease mongering ทำให้เกิดตัวอย่างของยารักษาสุขภาพที่นอกเหนือจากทางการแพทย์ ต่อมาจึงได้มียาใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากบริษัทยา รวมถึงผู้ผลิตต่างๆ เพื่อหวังสร้างผลกำไรเข้ากับตนเอง อีกทั้งยังมีการนำยาบางชนิดมาจากแพทย์ผู้เป็นจ่ายยามาส่งต่ออีกที ทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อรักษาต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่อีกทางหนึ่งก็นับว่าเป็นผลเสีย เนื่องด้วยการหาซื้อที่ง่ายจึงทำให้การรับประทานยาอาจผิดสุขอนามัย และกลายเป็นผลเสียในระยะยาวทันที

แม้ปัจจุบันจะมีตัวยาที่เข้าข่าย Disease mongering แต่บางตัวยาก็มีผลลัพธ์ที่ดีและช่วยรักษาสุขภาพได้จริงๆ หรืออาจจะมีผลข้างเคียงบ้างแต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันก็มียาจำนวนมากที่เกิดผลข้างเคียงอย่างชัดเจน จนผู้ใช้รู้สึกไม่สบายและอาจเป็นโรคร้ายแรงตามมาได้ อาทิเช่น ยาลดความอ้วนบ้างชนิด, ยาเสริมฮอร์โมนเพศชาย เป็นต้น ซึ่งการรับประทานยาจำพวกนี้เกิดขนาดส่วนมากจะส่งผลระยะยาว โดยไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรง ดังนั้นแม้ผู้บริโภครู้สึกดีในช่วงแรกของการกินยา แต่หากกินติดต่อกันเป็นระยะยาวนานอาการต่างๆ จะตามมาอย่างแน่นอน ทางที่ควรทำการปรึกษาแพทย์เสียก่อน ก่อนจะกินยาที่เกินพอดี

mediccap

การห่างไกลจาก Disease mongering

วิธีที่ผู้ป่วยสามารถห่างไกลและปลอดภัยจาก Disease mongering ได้ ควรที่จะทำสุขจิตและภาวะจิตใจให้ปลอดโปร่งและเข้มแข็งตลอดเวลา รวมถึงอาการป่วยต่างๆ หากไม่รุนแรงเกินไปก็ไม่จำเป็นต้องรับตัวยามามากมาย เพราะเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของ Disease mongering หรือ โดนแสวงหากำไรจากการซื้อยาเกินความจำเป็น  ก่อนอื่นต้องทำการสอบถามแพทย์ผู้ดูแลถึงอาการป่วยอย่างละเอียด และหากต้องการซื้อยาจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ก็ควรศึกษาตัวยาอย่างถี่ถ้วนหรือเข้าพบแพทย์เพื่อความแน่ใจ

ส่วนหนึ่งของ Disease mongering

moneyhospital

แม้จะไม่มีข้อมูลของ Disease mongering มากนัก แต่สำหรับข่าวสารต่างประเทศมีให้อ่านมากมาย ผู้อ่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที ซึ่งมันจะดีแก่ตัวของผู้อ่านเองแถมยังรู้จักการเลือกรับประทานยาอีกด้วย  การรับประทานยาโดยที่ไม่รู้หลักการของการรับประทานยานับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้ผู้ขายยาให้เราระบุอาการป่วยว่าควรจะรักษาหรือรับประทานยา บางครั้งอาการป่วยของเราไม่ได้รุนแรงมากมาย แต่กลับถูกให้ระบุว่ามีการป่วยที่รุนแรงเกินจริง ซึ่งเข้าข่ายของ Disease mongering หรือเรียกว่าอาการ ทางการแพทย์ระบุให้เป็นปัญหานั่นเอง

บ่อยครั้งการรับประทานยาเกินความจำเป็นก็ไม่ได้ช่วยสร้างประโยชน์แก่ผู้กินยาเลย ซ้ำยังมีอาการป่วยที่ไม่รุนแรงและไม่สมควรที่จะต้องรับประทานยาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับต้องเข้ารับการรักษาอยู่บ่อยครั้ง ทางการแพทย์จำนวนไม่น้อยต่างเป็นห่วงกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะออสเตรเลียได้ทำการวิจัยและพบว่า Disease mongering มีผลข้างเคียงอย่างมาก โดยเฉพาะยาจำพวกเพิ่มปริมาณของฮอร์โมนหรือยาเสริมสมรรถภาพทางแพทย์ โดยส่วนใหญ่แล้วยาจำพวกนี้จะเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอย่างมาก โดยมันสามารถเกิดผลข้างเคียงทำให้เป็นโรคหัวใจเลยทีเดียว แต่ก็ต้องยอมรับว่ายาบางชนิดก็จำเป็นต่อการนำมารับประทาน แม้จะไม่ถูกหลักการก็ตาม อย่างเช่น ยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่ทางการแพทย์จะจ่ายให้ก็เมื่อถึงยามจำเป็นเท่านั้น แต่ผิดกับพ่อค้า แม่ค้า ที่หายามาได้จากบริษัทยาด้วยตัวเอง นำมาขายเพื่อหาผลกำไรแก่ตน ซึ่งบ่อยครั้งผู้บริโภคก็ต้องจำเป็นซื้อยาจากคนเหล่านี้

ซึ่งทั้งหมดนับว่าเป็นเพียงรายละเอียดส่วนย่อยของ Disease mongering เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงยังมีข้อมูลอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่แพทย์ระบุเป็นปัญหา หรืออีกชื่อ Medicalization ดังนั้นหากผู้อ่านทราบรายละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากบทความนี้ จะเป็นผลดีแก่ตัวผู้อ่านเองอย่างมากทีเดียว แม้จะหาเนื้อหาเพื่อเติมยากก็ตาม

Disease mongering หรือ Medicalization

onmedicall

Disease mongering หรือ Medicalization คือปัญหาที่ถูกทำให้เป็นทางการแพทย์ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งส่วนมากแล้วโรคหรือสุขภาพต่างๆ ต้องถูกดูแลโดยทางการแพทย์ และต้องรับยาที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีการพูดถึงการรักษาและการจ่ายยาที่เกินความจำเป็น อีกทั้งยังมีทางเลือกในการรักษาอื่น เช่นการซื้อยาด้วยตัวเองจากพ่อค้า แม่ค้า ทำให้บ้างครั้งอาจได้ยาที่ไม่ตรงหลักหรือกินยาเกินขนาดจนเกิดผลเสียแก่ร่างกายได้

ทางการแพทย์พยายามแนะนำผู้ป่วยทาง Disease mongering ให้มีสุขภาพจิตที่ดีเข้าไว้ ไม่ให้ตนเองเกิดความวิตกกังวลและหมั่นดูแลตัวเอง โดยการรักษาไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสมอไป การที่ซื้อมากินเองหรือรับยามากจากแพทย์ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องพึ่งยาที่มากไป บางอาการอาจไปร้ายแรงมากนักแต่ก็ถูกระบุให้ว่าเป็นอาการที่จำเป็นต่อการรักษา ซึ่งนอกจากจะเสียตังแล้วยังเสียเวลาโดยใช้เหตุอีกด้วย หรือบางครั้งอาจจะต้องเจอกับการกล่าวอ้างสรรพคุณที่ไม่จริง รวมถึงการอ้างว่าไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลถึงหลักการรับประทานยาที่ผิดๆ ตามมา

medicmoneyดังนั้นการเลือกรับประทานยาที่ดีคือการปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลอย่างละเอียด พร้อมช่องทางการรักษาอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการใช้ยา ที่สำคัญไม่ควรเชื่อคำกล่าวอ้างสรรพคุณของผู้จ่ายยาและขายยา เพียงเท่านี้ก็จะไม่เป็น Medicalization หรือ Disease mongering แล้ว ซึ่งผู้อ่านสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความอื่นๆ หรือบทความจากต่างประเทศได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำจิตใจให้เข้มแข็งและมีความสุข ก็คือส่วนหนึ่งของการรักษาสุขภาพเช่นเดียวกัน

Disease mongering คืออะไร ต่างประเทศจึงตระหนักถึงปัญหา

mediceatforbody

คำว่า Disease mongering อาจจะไม่คุ้นชินมากสำหรับคนในประเทศไทย หรือ “ส่งเสริมการขายยาเกินความจำเป็น” แต่สำหรับฝั่งยุโรปหรือชาวต่างชาติมองว่าปัญหา เพราะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ที่ควรจะได้ ดังนั้นทางแพทย์จึงมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างมาก เพราะมันสร้างผลกระทบต่อองค์การอาหารและยา โดย Disease mongering ถูกกำหนดขึ้นมาในปี พ.ศ. 1992

ส่วนใหญ่แล้วยามากมายมักจะขายโดยพ่อค้าแม่ค้าที่หาช่องทางในการนำยามาจากสถานที่ที่รับรองได้หรือบริษัทยา แพทย์ เพื่อหาผลกำไรและประโยชน์ให้กับตนเอง โดยในบางรายได้กล่าวอ้างสรรพคุณของตัวยาให้ดีเกินจริง หรืออวดอ้างว่ายาตัวนี้สามารถรักษาอาการต่างๆ ได้ โดยไม่ระยุผลข้างเคียงใดๆ เลย ซึ่งยาที่ถูกนำมาขายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยที่ไม่ได้ผ่านการจ่ายยาโดยแพทย์มีมากมายหลายประเภท ทั้งยาแก้โรคกระดูกพรุน, ยาช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ, ยาแก้อาการผิดปกติต่างๆ ซึ่งยาทั้งหลายเหล่านี้จากผลการวิจัยจากออสเตรเลีย ระบุว่า มันสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างร้ายแรงได้ อาทิเช่น  ยาเสริมฮอร์โมนเพศชาย มีผลข้างเคียงด้านโรคหัวใจ

แม้ประเทศจะไม่พบ Disease mongering มากนัก แต่บางครั้งแพทย์จำนวนไม่น้อยก็ทำการจ่ายยาที่เกิดความจำเป็น อาจเพราะกาจ่ายยามักจะถูกกำหนดที่ตายตัว ดังนั้นการเลือกใช้ Disease mongering อาจจะสร้างผลประทบที่ไม่ดี ดังนั้นทางการแพทย์ส่วนใหญ่มองว่าการจ่ายยาลักษณะ Medicalization การสร้างผลประโยชน์แก่คนไข้ที่ดีกว่าเดิม  นี่เป็นเพียงบทความเบื้องต้นของ Disease mongering เท่านั้น