รู้ไว้ก่อนใช้ยา สรรพคุณยาพารา มีอะไรบ้าง

ยาพารา เป็นยาแผนปัจจุบันที่อยู่คู่บ้านคู่เรือนเรามาหลายสิบปีแล้ว แล้วยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างที่หลายคนไม่รู้ นอกเหนือจากประโยชน์แล้วการกินยาพาราเป็นประจำหรือกินมากเกินที่กว่าที่คำเตือนกำหนด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมได้ ในบทความนี้เราจะมีพูดถึงคุณประโยชน์รวมถึงโทษจากการใช้ยาพารา เพื่อให้รู้ว่าเวลาไหนที่ควรกินและเวลาไหนที่ควรหลีกเลี่ยง

สรรพคุณของยาพารา

ยาพาราเป็นชื่อที่เราเรียกคุ้นหูกันแบบชาวบ้านมากที่สุด ชื่อจริงของมันก็คือ ยาพาเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่มีฤทธิ์แก้ปวด – ลดไข้ ใช้ในการรักษาอาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดฟัน แก้ไข้ ปกติแล้วยาจะใช้เวลาออกฤทธิ์ประมาณ 2 ชั่วโมง ปริมาณที่แนะนำคือ 500 มิลลิกรัม หรือ 1 เม็ด ต่อครั้ง สิ่งที่ห้ามทำคือการกินยาตัวอื่นที่มีตัวยาพาราเซตามอลแบบเดียวกัน ซึ่งหลายคนอาจจะสับสนกับตัวที่วางขายในร้านยาบ้านเราเช่น ซีมอล (Cemol), ไทรีนอล (Tylenol) และ ซาร่า (Sara) ทั้งหมดนี้ล้วนประกอบไปด้วยตัวยาชนิดเดียวกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรดูฉลากก่อนรับประทาน

ผลเสียจากการใช้ยาเกินขนาด

เนื่องจากยาพาราเป็นยาที่ไม่มีผลข้างเคียง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกินเท่าไหร่ก็ได้ สำหรับคนที่ใช้มีอาการจะเรียกว่าการเป็นพิษจากพาราเซตามอล (Paracetamol poisoning) อาการที่บ่งบอกได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดท้อง คลื่นไส้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นไม่กี่วันอาจมีอาการอื่นตามมาเช่น มีอาการสับสน เกิดความผิดปกติกับระบบแข็งตัวของเลือด ร้ายแรงสุดคืออาการตับวาย หรือ ไตวาย และท้ายที่สุดผู้ป่วยอาจถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นเพื่อป้องกันการกินยาเกินสำหรับผู้ใหญ่คือ 1,000 มิลลิกรัม ต่อครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม  

สำหรับคนที่ทานยาแล้วยังมีอาการไม่ดีขึ้น ต้องการที่จะใช้ยาต่อแนะนำให้รออย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะกินยาเพิ่ม สามารถกินสูงสุดได้ 4 ครั้งภายใน 1 วัน หากอาการยังไม่ดีขึ้นขอแนะนำให้ไปรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า เนื่องการจากการกินยาต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้ตัวยาไปสะสมอยู่ในร่างกาย สิ่งที่ตามมาก็คงไม่พ้นการเป็นพิษ อย่างไรก็ตามหากกินยาเกิน 2 เม็ดโดยไม่ได้ตั้งใจก็ไม่ต้องตกใจไป ให้รออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนที่จะทานเพิ่ม หากทานมากกว่า 2 เม็ดขึ้นไปต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ในทันที