ควรปรึกษาหมอแทนการหายามาทานเอง

เป็นเรื่องปกติที่คนเราเวลามีอาการป่วยก็จำเป็นจะต้องรักษาด้วยการไปหาหมอเพื่อที่จะได้ตรวจดูว่าอาการป่วยของเราเป็นอาการป่วยของโรคอะไรกันแน่ เมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคออกมาเป็นที่เรียบร้อยก็จะทำการรักษาต่อไปซึ่งวิธีการรักษาพื้นฐานโดยทั่วไปที่เรารู้กันก็คือ การให้ยามาทาน แต่คนทั่วไปเมื่อมีอาการป่วยก็มักจะไม่ชอบการไปพบแพทย์แต่เลือกที่จะซื้อยาทานเองตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งบางโรคด้วยอาการของโรคที่แสดงออกมันไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ แต่เมื่อไปถึงร้านขายยาก็อาจได้ยาที่ไม่ตรงกับอาการของโรคก็ทำให้ไม่สามารถรักษาให้หายได้หรือบางร้านขายยาที่นำยาประเภทต้องห้ามมาขายก็ยิ่งทำให้อาการป่วยหนักกว่าเดิมก็เป็นได้เช่นเดียวกัน

ข้อเสียของการซื้อยาทานเองแทนการไปพบแพทย์

  1. ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องแบบ 100% จากการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ เนื่องจากเวลาเราไปร้านขายยาทั่วไปก็จะได้การจ่ายยามาทานเองซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่ายาที่ให้มาทานตรงกับโรคที่เป็นมากน้อยแค่ไหน
  2. อาจเกิดผลข้างเคียงในอนาคตได้ – การซื้อยามาทานเองโดยไม่ได้รับการตรวจรักษาที่ถูกต้องแต่เมื่อทานไปนานๆ เข้าเราไม่รู้ว่ายาที่ให้ทานเป็นยาประเภทไหนซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในอนาคตได้ เช่น การทานยาสเตียรอยด์ที่มักใช้รักษาอาการปวดต่างๆ หรือยาแก้หอบหืด เมื่อทานเข้าไปนานๆ ก็จะเกิดการสลายแคลเซียมในกระดูกทำให้มีปัญหาเรื่องของกระดูกตามมา รวมไปถึงจะส่งผลในเรื่องของอาการเกี่ยวกับโรคไต เป็นต้น
  3. เกิดการเลี้ยงไข้โดยไม่รู้ตัว – การเลี้ยงไข้หมายถึงการทานยาหรือการรักษาโดยที่อาการไม่หายขาด ซึ่งอาจเกิดจากยาที่ไม่ตรงกับอาการป่วยหรือมันไม่ใช่อาการป่วยแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นั่นทำให้อาการไม่หายขาดไปเสียที
  4. เสียเงินซ้ำซ้อนมากกว่าเดิม – การที่ซื้อยาทานเองโดยที่ไม่พบแพทย์หากว่ารักษาไม่หายขาดก็จะทำให้เสียเงินหลายครั้งทั้งๆ ที่หากไปพบแพทย์ตั้งแต่แรกก็ไม่เกิดปัญหาการเสียเงินซ้ำซ้อนแบบนี้อย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่าการซื้อยามาทานเองถือเป็นวิธีการรักษาประเภทหนึ่งแต่ทางที่ดีที่สุดก็ควรที่จะเลือกรักษากับแพทย์โดยตรงจะทำให้การวินิจฉัยแม่นยำมากกว่า อาการของโรคก็จะหายเร็วขึ้น สุขภาพร่างกายก็กลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงยังไม่ต้องเสียเงินไปมาหลายรอบอีกต่างหาก ใครที่ยังนิยมซื้อยาทานเองบ่อยๆ ก็ควรเปลี่ยนพฤติกรรมมาพบแพทย์แทนจะเป็นการดีที่สุด